ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ Dropship
เนื่องจากธุรกิจ Dropship เป็นการที่ตัวแทนจำหน่ายทำหน้าที่เป็นคนกลางในการจัดหาสินค้าจาก Supplier เพื่อขายให้ผู้ซื้อ โดยสินค้าเป็นกรรมสิทธิ์ของ Supplier การดำเนินการนี้ถือเป็นการรับจ้างทำงานให้กับ Supplier ซึ่งตัวแทนจำหน่ายสามารถทำงานนี้ได้ด้วยตนเองและได้รับค่าตอบแทนในลักษณะค่านายหน้า ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ตัวแทนจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Dropship ส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งอาจทำธุรกิจนี้เพียงอย่างเดียวหรือทำเป็นงานเสริมควบคู่กับงานประจำ การพิจารณาภาระภาษีจึงแตกต่างกันดังนี้
(1) กรณีทำ Dropship อย่างเดียว : รายได้จากค่านายหน้าเข้าข่ายตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ตัวแทนต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ในแต่ละปี โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 ของค่าตอบแทน แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยไม่ต้องแสดงหลักฐานค่าใช้จ่าย
(2) กรณีมีรายได้จากงานประจำและ Dropship : รายได้จากงานประจำตามมาตรา 40 (1) และรายได้จาก Dropship ตามมาตรา 40 (2) ตัวแทนมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาเช่นเดียวกับกรณีแรก และต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เช่นกัน
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
การทำธุรกิจ Dropship ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) หากตัวแทนจำหน่ายมีรายได้จากค่านายหน้าเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกิน และต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 และชำระภาษีทุกเดือน หากไม่ปฏิบัติตามต้องเสียภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามมาตรา 80, 82 (1), 89 (1) และ 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร
3. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในประเทศไทยจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจ Dropship ซึ่งเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนต้องคำนวณและหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 50 (1) และตัวแทนจำหน่ายสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมาใช้เป็นเครดิตภาษีในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ได้ แต่หากเป็นกรณีที่บุคคลธรรมดาจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจ Dropship ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ดำเนินการ
4. อากรแสตมป์
ในกรณีที่ตัวแทนจำหน่ายทำหน้าที่เป็นตัวแทนของซัพพลายเออร์ในการขายสินค้า หากทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นสัญญาในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ สัญญานี้จะถือเป็นตราสาร “ตัวแทน” ตามลักษณะตราสารที่ 21 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์
หากทำสัญญาตัวแทนในรูปแบบกระดาษ ผู้มอบอำนาจ (ตัวการ) มีหน้าที่ปิดอากรแสตมป์ในอัตรา 30 บาท สำหรับการมอบอำนาจทั่วไป และอัตรา 10 บาท สำหรับการมอบอำนาจเฉพาะกรณี
แต่หากทำสัญญาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้มอบอำนาจต้องชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (อ.ส.9)
สรุปสั้นๆ นะคะ การทำความเข้าใจและจัดการเรื่องภาษีอย่างถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจ Dropship ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน อย่าลืมว่าการปรึกษากับนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากปัญหาด้านภาษี แต่หากต้องการที่ปรึกษามืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี สามารถสอบถามเรา Forward ได้ตลอดเลยค่ะ