บทความและข่าวสาร

การเสียภาษีตัวแทนขายแบบ Dropship

27/03/2026

Tags: ภาษี

icon

การเสียภาษีตัวแทนขาย แบบ Dropship

Dropship ธุรกิจนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคที่การค้าขายออนไลน์ยังไม่แพร่หลายอย่างในปัจจุบัน แต่ด้วยการเติบโตของเทคโนโลยีและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมทั่วโลก ทำให้ธุรกิจ Dropship เติบโตอย่างรวดเร็วและมีผู้เข้าร่วมในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องของ “ภาษี” การรู้และเข้าใจในเรื่องภาษีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจของท่านถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังช่วยให้จัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่ธุรกิจเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าออนไลน์ซึ่งมีลูกค้าทั้งในและนอกประเทศ ทำให้การบริหารจัดการภาษีในธุรกิจ Dropship นั้นมีความซับซ้อนพอสมควร ซึ่งหลายๆท่านจำเป็นต้องมีความรู้และเตรียมตัวให้พร้อมในการจัดการเรื่องนี้กันค่ะ

ธุรกิจตัวแทน Dropship คืออะไร ?

ธุรกิจ Dropship เป็นรูปแบบธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบัน ด้วยการที่ไม่จำเป็นต้องมีสินค้าคงคลังและไม่ต้องจัดการการจัดส่งสินค้าด้วยตนเอง ผู้ประกอบการสามารถเปิดร้านค้าออนไลน์และทำการขายสินค้าโดยที่ไม่ต้องลงทุนมากและไม่มีความเสี่ยงที่สูง นั่นคือเหตุผลที่ธุรกิจ Dropship เป็นที่น่าสนใจและเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจของตนเองโดยใช้ต้นทุนต่ำ

ภาษี Dropship

ตัวอย่าง

นาย ก. สมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dropship) แก้วเก็บความเย็นกับโรงงานหนึ่ง โดยนาย ก. นำภาพและข้อมูลสินค้าที่โรงงานจัดทำไว้ไปโพสต์ขายในมาร์เก็ตเพลส เช่น Shopee, Lazada หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram โรงงานตกลงขายแก้วเก็บความเย็นให้นาย ก. ในราคาใบละ 100 บาท และนาย ก. ตั้งราคาขายที่ 150 บาทในมาร์เก็ตเพลสหรือโซเชียลมีเดียของเขา

เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อแก้วน้ำ 1 ใบ นาย ก. จะได้รับเงินจากลูกค้า 150 บาท จากนั้นเขาจะโอนเงิน 100 บาท พร้อมแนบหลักฐานการสั่งซื้อและข้อมูลการจัดส่งสินค้าของลูกค้าให้โรงงานผู้ผลิต โรงงานจะจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง นาย ก. ได้กำไร 50 บาทต่อการขายแก้วน้ำ 1 ใบ โดยไม่ต้องสต็อกสินค้าเองหรือจัดการด้านแพ็กและขนส่งสินค้า

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ Dropship

เนื่องจากธุรกิจ Dropship เป็นการที่ตัวแทนจำหน่ายทำหน้าที่เป็นคนกลางในการจัดหาสินค้าจาก Supplier เพื่อขายให้ผู้ซื้อ โดยสินค้าเป็นกรรมสิทธิ์ของ Supplier การดำเนินการนี้ถือเป็นการรับจ้างทำงานให้กับ Supplier ซึ่งตัวแทนจำหน่ายสามารถทำงานนี้ได้ด้วยตนเองและได้รับค่าตอบแทนในลักษณะค่านายหน้า ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตัวแทนจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Dropship ส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งอาจทำธุรกิจนี้เพียงอย่างเดียวหรือทำเป็นงานเสริมควบคู่กับงานประจำ การพิจารณาภาระภาษีจึงแตกต่างกันดังนี้

(1) กรณีทำ Dropship อย่างเดียว : รายได้จากค่านายหน้าเข้าข่ายตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ตัวแทนต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ในแต่ละปี โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 ของค่าตอบแทน แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยไม่ต้องแสดงหลักฐานค่าใช้จ่าย

(2) กรณีมีรายได้จากงานประจำและ Dropship : รายได้จากงานประจำตามมาตรา 40 (1) และรายได้จาก Dropship ตามมาตรา 40 (2) ตัวแทนมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาเช่นเดียวกับกรณีแรก และต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เช่นกัน

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

การทำธุรกิจ Dropship ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) หากตัวแทนจำหน่ายมีรายได้จากค่านายหน้าเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกิน และต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 และชำระภาษีทุกเดือน หากไม่ปฏิบัติตามต้องเสียภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามมาตรา 80, 82 (1), 89 (1) และ 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร

3. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในประเทศไทยจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจ Dropship ซึ่งเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนต้องคำนวณและหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 50 (1) และตัวแทนจำหน่ายสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมาใช้เป็นเครดิตภาษีในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ได้ แต่หากเป็นกรณีที่บุคคลธรรมดาจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจ Dropship ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ดำเนินการ

4. อากรแสตมป์

ในกรณีที่ตัวแทนจำหน่ายทำหน้าที่เป็นตัวแทนของซัพพลายเออร์ในการขายสินค้า หากทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นสัญญาในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ สัญญานี้จะถือเป็นตราสาร “ตัวแทน” ตามลักษณะตราสารที่ 21 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์

หากทำสัญญาตัวแทนในรูปแบบกระดาษ ผู้มอบอำนาจ (ตัวการ) มีหน้าที่ปิดอากรแสตมป์ในอัตรา 30 บาท สำหรับการมอบอำนาจทั่วไป และอัตรา 10 บาท สำหรับการมอบอำนาจเฉพาะกรณี

แต่หากทำสัญญาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้มอบอำนาจต้องชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (อ.ส.9)

สรุปสั้นๆ นะคะ การทำความเข้าใจและจัดการเรื่องภาษีอย่างถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจ Dropship ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน อย่าลืมว่าการปรึกษากับนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากปัญหาด้านภาษี แต่หากต้องการที่ปรึกษามืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี สามารถสอบถามเรา Forward ได้ตลอดเลยค่ะ

บทความและข่าวสาร

บทความทั้งหมด

“Forward บัญชียุคดิจิทัล ที่จะทำให้บัญชีเป็นเรื่องง่าย”