บทความและข่าวสาร

ภาษีน้ำหอม

09/03/2026

Tags: ภาษี

icon

ภาษีน้ำหอม เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากน้ำหอมที่นำเข้าและจำหน่ายในประเทศต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรายได้ให้กับรัฐบาล และควบคุมการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งน้ำหอมมักจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินค้าหรูหรา ดังนั้นการเก็บภาษีน้ำหอมจึงมีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจและการบริหารจัดการทรัพยากรในประเทศอย่างมาก และในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเครื่องหอมต่างๆ และขอบเขตในการเสียภาษีด้วยค่ะ

ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม คืออะไร ?

ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมหมายความว่า น้ำหอม,หัวน้ำหอม,น้ำมันหอม สิ่งที่ทำให้มีกลิ่นหอมต่างๆ แต่ไม่รวมถึง

(1) หัวน้ำหอมที่ใช้ได้เฉพาะในการผลิตสินค้า

(2) สินค้าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

จากความหมายดังกล่าว เราจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้

1.น้ำหอม

น้ำหอมคือผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอม ได้จากการผสมหัวน้ำหอมเข้มข้นกับแอลกอฮอล์ กลิ่นของน้ำหอมอาจมาจากดอกไม้ พืช ผลไม้ หรือสัตว์ในธรรมชาติ หรือสังเคราะห์ขึ้น ใช้ทา ถู หรือพ่นบนร่างกาย เสื้อผ้า หรือสิ่งของ เพื่อให้มีกลิ่นหอม น้ำหอมจะถูกเรียกชื่อตามระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมที่ผสมในเอทิลแอลกอฮอล์ ยกตัวอย่างในตารางนี้

ภาษีน้ำหอม

2.หัวน้ำหอม

หัวน้ำหอมคือสารให้กลิ่นที่มีความเข้มข้นสูง มักอยู่ในรูปของน้ำมัน มีกลิ่นทั้งแบบสังเคราะห์และแบบธรรมชาติ เช่น น้ำมันหอมระเหย สามารถนำไปใช้ทำน้ำหอม ผสมในเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ได้

3.น้ำมันหอม

น้ำมันหอมคือสารหอมที่ได้จากการสังเคราะห์หรือการสกัดจากพืชและสัตว์ เช่น น้ำมันไพล น้ำมันดอกกานพลู น้ำมันตะไคร้ และน้ำมันตะไคร้หอม

4.สิ่งที่ทำให้มีกลิ่นหอมต่างๆ

สิ่งที่ทำให้มีกลิ่นหอม เช่น ชะมดเช็ด กำยาน และพิมเสน ปัจจุบันยังไม่ถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ตามที่กำหนดในพิกัดใหญ่และพิกัดย่อยของกฎหมายภาษีสรรพสามิต ซึ่งในพิกัดประเภทที่ 09.01 กำหนดไว้เฉพาะน้ำหอม หัวน้ำหอม และน้ำมันหอมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลต้องการเพิ่มสิ่งที่ทำให้มีกลิ่นหอมเหล่านี้ให้เป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีในอนาคต ก็สามารถทำได้โดยออกกฎกระทรวงตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

ขอบเขตของผลิตภัณฑ์เครื่องหอมที่ต้องเสียภาษี

แม้ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมที่อธิบายมาก่อนหน้านี้จะค่อนข้างกว้าง แต่ผลิตภัณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีนั้นจะมีกรณีดังต่อไปนี้

1.สำหรับนำไปใช้โดยตรง

ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมที่นำไปใช้บริโภคโดยตรง ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอื่น แต่ใช้กับร่างกายมนุษย์โดยตรงเท่านั้น จะต้องเสียภาษีสรรพสามิต หากไม่ได้นำไปใช้กับร่างกายมนุษย์ เช่น สเปรย์ปรับอากาศ น้ำหอมปรับอากาศ หรือน้ำหอมที่ใช้ฉีดพ่นในห้องหรือตู้เสื้อผ้า จะไม่ถือเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต การพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมใดต้องเสียภาษีสรรพสามิตหรือไม่ จึงต้องดูจากวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้กับร่างกาย เช่น น้ำหอมที่ใช้ฉีดพ่นตัวหรือน้ำหอมแบบแห้ง ก็จะต้องเสียภาษีสรรพสามิต แต่หากไม่ได้ใช้กับร่างกายมนุษย์ ก็ไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต

2.สำหรับนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต

การนำผลิตภัณฑ์เครื่องหอมไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ส่วนใหญ่จะจำกัดเฉพาะ “หัวน้ำหอม” ตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้ายพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่นิยาม “ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม” ไว้ว่าเป็นน้ำหอม หัวน้ำหอม น้ำมันหอม และสิ่งที่ทำให้มีกลิ่นหอมอื่น ๆ โดยระบุว่าหัวน้ำหอมที่ใช้ในการผลิตสินค้าไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต อย่างไรก็ตาม ข้อความในกฎหมายนี้ยังมีความคลุมเครือ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายอาจสำแดงว่าหัวน้ำหอมที่นำเข้ามานั้นใช้เฉพาะในการผลิตสินค้าสรรพสามิต เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี แต่ในความเป็นจริงอาจนำไปใช้ผลิตสินค้าอื่นที่ไม่ใช่สินค้าสรรพสามิต เช่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ปัญหานี้ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องตีความต่อไปว่าหัวน้ำหอมในลักษณะใดต้องเสียหรือไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต

สำหรับประเด็นปัญหานี้ ทางกรมสรรพสามิตได้ตอบข้อหารือหรือวางหลักเรื่องนี้ไว้ โดยแยกเป็น 2 กรณีดังนี้

กรณีที่ 1 “หัวน้ำหอมที่มีคุณสมบัติเฉพาะ” หมายถึง หัวน้ำหอมที่ออกแบบมาให้ใช้ได้เฉพาะในการผลิตสินค้าตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเท่านั้น และไม่สามารถใช้ผลิตสินค้าอื่นที่อยู่นอกเหนือจากบัญชีนี้ได้ ซึ่งอาจเป็นหัวน้ำหอมที่มีคุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์หรือข้อมูลอื่นที่ชัดเจนยืนยันว่าเหมาะสำหรับการผลิตสินค้าตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเท่านั้น

กรณีที่ 2 “หัวน้ำหอมที่มีคุณสมบัติทั่วไป” หมายถึง หัวน้ำหอมที่ไม่ได้จำกัดการใช้เฉพาะในการผลิตสินค้าตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้ในการผลิตสินค้าอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากบัญชีนี้ได้ โดยอาจไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือข้อมูลอื่นที่ยืนยันชัดเจนว่าหัวน้ำหอมดังกล่าวต้องใช้เฉพาะกับสินค้าตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเท่านั้น

ภาษีน้ำหอม

ฐานภาษีและอัตราภาษี

ตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้ายพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 กำหนดอัตราตามมูลค่าสูงสุดคือร้อยละ 20 อย่างไรก็ตาม ในการจัดเก็บภาษีจริงนั้น กฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ได้กำหนดอัตราภาษีไว้ดังนี้

(1) น้ำหอมและหัวน้ำหอม เสียภาษีในอัตราตามมูลค่าร้อยละ 8

(2) น้ำหอมและหัวน้ำหอมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่ผลิตในประเทศ เสียภาษีในอัตราตามมูลค่าร้อยละ 0

(3) น้ำมันหอม เสียภาษีในอัตราตามมูลค่าร้อยละ 0

หากท่านไหนต้องการจะลองคำนวณด้วยตัวเองสามารถเข้าได้ที่นี่นะคะ

https://www.excise.go.th/cs/groups/public/documents/document/dwnt/mjk5/~edisp/uatucm299484.xlsx

ภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำหอมนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องการความเข้าใจในรายละเอียดของกฎหมาย การปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและความเสียหายทางธุรกิจนะคะ หวังว่าบทความนี้จะให้ความรู้เรื่องภาษีเกี่ยวกับเครื่องหอมน้ำหอมกับทุกท่านได้ดีค่ะ และหากท่านไหนต้องการที่จะหาที่ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องภาษีเรื่องการทำบัญชีหรือแม้กระทั่งเรื่องจดทะเบียนบริษัท ก็อย่ารีรอที่จะให้เราได้ให้บริการทุกท่านค่ะ Forward

บทความและข่าวสาร

บทความทั้งหมด

“Forward บัญชียุคดิจิทัล ที่จะทำให้บัญชีเป็นเรื่องง่าย”