บทบาทของนักบัญชีกับ ESG
เมื่อแนวคิด ESG ถูกนำมาปฏิบัติในองค์กร ฝ่ายบริหารจะกำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนการดำเนินการ นักบัญชีที่รับผิดชอบข้อมูลทางการเงินจึงต้องมีส่วนร่วมในการประเมินและเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หากองค์กรยังไม่สนใจหรือชัดเจนในเรื่องนี้ นักบัญชีควรเสนอแนวทาง ESG ให้ฝ่ายบริหารพิจารณา โดย ESG พัฒนามาจากแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ
“การบัญชีสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร การบัญชีสิ่งแวดล้อมมีบทบาท 3 ระดับ ได้แก่
1. การบัญชีรายได้ประชาชาติ : จะเป็นการวัดระบบเศรษฐกิจมหภาค เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) การบัญชีสิ่งแวดล้อมจะเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลทั้งที่เป็นตัวเงิน เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรของประเทศ
2. การบัญชีการเงิน : การบัญชีสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กับการบัญชีการเงินในส่วนของการเปิดเผยข้อมูลสิ่งแวดล้อมในรายงานประจำปีโดยปกติจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในรูปของต้นทุนสิ่งแวดล้อมและหนี้สิ่งแวดล้อม
3. การบัญชีบริหาร : การบัญชีสิ่งแวดล้อมจะเป็นข้อมูลที่ช่วยผู้บริหารในการประเมินผลการปฏิบัติงาน และการตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
การบัญชีสิ่งแวดล้อมที่หน่วยงานต่าง ๆ นำมาใช้ แม้จะไม่มีมาตรฐานการรายงานเฉพาะ แต่ยังคงอิงหลักการตามกรอบแนวคิดทางการเงินและมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงิน โดยการบัญชีสิ่งแวดล้อมได้พัฒนาเป็นการรายงานความยั่งยืนและแนวคิด ESG ซึ่งสอดคล้องและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การที่ธุรกิจจะใช้แนวทาง ESG จึงต้องมีการปฏิบัติจริงจังเพื่อให้เกิดผล
นักบัญชีมีบทบาทสำคัญในการจัดทำรายงานทางการเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและรายได้ที่เกี่ยวกับ ESG ธุรกิจต้องติดตามว่าองค์กรบัญชีทั้งในระดับสากลและในประเทศไทยจะมีมาตรฐานเฉพาะ ESG หรือไม่ หากไม่มีมาตรฐาน ก็ต้องใช้หลักการพื้นฐานของกรอบแนวคิดและมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่มีอยู่ เพื่อให้การรายงานทางการเงินมีความถูกต้องครบถ้วน
สรุปแล้วแนวคิด ESG ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรค่ะ แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการองค์กร การนำ ESG มาใช้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และยังดึงดูดนักลงทุน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภคอีกด้วย