ประเภทของภาษีธุรกิจแฟรนไชส์
1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ในกรณีที่สาขาแฟรนไชส์เป็นร้านขนาดเล็กและไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจ ภาษีที่ต้องจ่ายให้กับสรรพากรคือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ในอัตราร้อยละ 60 ของรายได้ ส่วนรายได้ที่เหลือร้อยละ 40 จะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีในอัตราก้าวหน้า ร้อยละ 5-35 โดยจะต้องยื่นขอเสียภาษีเงินได้ปีละ 2 ครั้ง คือ ครึ่งปีแรกยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 สำหรับเงินได้ที่เกิดในช่วง 1 มกราคม – 30 มิถุนายน และต้องยื่นแบบภายใน 1 ก.ค. – 30 ก.ย.65 และครึ่งปีหลังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป โดยคำนวณภาษีเงินได้ตลอดทั้งปีแล้วหักด้วยยอดภาษีที่จ่ายในครึ่งปีแรก จะได้มูลค่าภาษีที่จะต้องจ่ายในครึ่งปีหลัง
2.ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ในกรณีที่แฟรนไชส์ดำเนินธุรกิจในลักษณะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 ทุกปี โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ ยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง รอบครึ่งปีแรกยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนหลังจากครบ 6 เดือน และครึ่งปีหลังยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังจากปิดบัญชี โดยหักภาษีที่จ่ายในครึ่งปีแรกเพื่อคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายในครึ่งปีหลัง
3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)
หากมีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 1,800,000 บาทขึ้นไป จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเสียภาษีในอัตราร้อยละ 7 ภาษีที่ต้องนำส่งกรมสรรพากรคือส่วนต่างระหว่างภาษีซื้อและภาษีขาย หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ร้านค้าต้องนำส่งเงินส่วนต่างให้กรมสรรพากร แต่ถ้าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย สามารถเลือกขอคืนหรือเก็บไว้หักยอดภาษีในครั้งหน้าได้ โดยต้องยื่นแบบ ภพ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเพื่อรายงานมูลค่าภาษีซื้อ – ภาษีขายในแต่ละเดือน หากยื่นหลังวันที่ 15 จะต้องจ่ายค่าเบี้ยปรับร้อยละ 1.5 ต่อเดือน
4.ภาษีป้าย
หากร้านแฟรนไชส์ของเราเป็นอาคารพาณิชย์หรือมีป้ายชื่อร้านที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ โลโก้ หรือเครื่องหมายการค้าเชิงพาณิชย์ เราต้องชำระภาษีป้ายให้กับสำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่นั้นทุกปี โดยค่าภาษีจะคิดจากเนื้อหาบนป้ายและขนาดของป้าย ยกเว้นป้ายที่มีล้อเลื่อนหรือป้ายที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งคราว ต้องยื่นแบบ ภ.ป.10 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับ 5,000 – 50,000 บาท
5.ภาษีศุลกากร
หากมีการนำวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในการประกอบธุรกิจเข้ามาจากต่างประเทศ เจ้าของแฟรนไชส์มีหน้าที่ ต้องยื่นใบขนสินค้าขาเข้า โดยการลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ แบบไร้เอกสาร (Paperless) โดยลงทะเบียนเฉพาะครั้งแรกเท่านั้น และควรศึกษาเรื่องพิกัดอัตราภาษีศุลกากรเพิ่มเติม ตามแต่ละประเภทของสินค้าที่นำเข้า
การจัดการภาษีธุรกิจแฟรนไชส์เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญ การเข้าใจประเภทของภาษีที่ต้องจ่าย การจัดการบัญชีที่ถูกต้อง และการวางแผนภาษีจะช่วยให้ธุรกิจแฟรนไชส์สามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีความยั่งยืนในระยะยาว แต่หากต้องการที่ปรึกษาทางด้านภาษี ให้ Forward เป็นที่ปรึกษาให้แก่ทุกท่านได้ค่ะเรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์อยู่หลายๆ ท่านเลยค่ะ