บทความและข่าวสาร

งบดุลกับงบกำไรขาดทุน ต่างกันอย่างไร อ่านยังไงให้เข้าใจ

13/08/2026

Tags: บัญชี

icon

งบดุลกับงบกำไรขาดทุน ต่างกันอย่างไร อ่านยังไงให้เข้าใจ

งบดุล หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่างบแสดงฐานะการเงิน คืองบที่บอกฐานะการเงินของธุรกิจ ณ วันใดวันหนึ่ง ว่ามีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของเท่าไหร่ ส่วนงบกำไรขาดทุนคืองบที่บอกผลการดำเนินงานของธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง ว่ามีรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ค่ะ พูดง่ายๆ คืองบดุลเหมือนภาพถ่ายของธุรกิจในวันนั้น ส่วนงบกำไรขาดทุนเหมือนวิดีโอที่บันทึกความเคลื่อนไหวตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เจ้าของธุรกิจที่เข้าใจงบทั้งสองตัวนี้จะมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ครบถ้วนกว่าการดูงบใดงบหนึ่งเพียงอย่างเดียวค่ะ

ทำไมเจ้าของธุรกิจมักสับสนระหว่างงบสองตัวนี้

หลายคนเคยได้รับงบการเงินจากสำนักงานบัญชีตอนปิดงบปลายปี แล้วรู้สึกว่าตัวเลขเยอะจนไม่รู้จะเริ่มดูตรงไหนก่อนค่ะ พอเห็นคำว่างบดุลกับงบกำไรขาดทุนอยู่ในชุดเดียวกัน ก็มักคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือบอกอะไรคล้ายๆ กัน

ความจริงคืองบทั้งสองตัวตอบคำถามคนละแบบค่ะ งบกำไรขาดทุนตอบคำถามว่าช่วงที่ผ่านมาธุรกิจทำผลประกอบการได้เท่าไหร่ ส่วนงบดุลตอบคำถามว่าตอนนี้ธุรกิจมีอะไรอยู่ในมือบ้างและเป็นหนี้ใครอยู่เท่าไหร่ ถ้าอ่านแยกกันไม่ออก ก็อาจตีความสถานะธุรกิจผิดพลาดได้ค่ะ

งบดุลบอกอะไรบ้าง

งบดุลแบ่งออกเป็นสามส่วนหลักค่ะ

สินทรัพย์ คือทรัพยากรที่กิจการควบคุมและคาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ เครื่องจักร หรืออาคารสำนักงานค่ะ

หนี้สิน คือภาระที่ธุรกิจต้องชำระให้ผู้อื่น เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืมจากธนาคาร หรือภาษีที่ยังไม่ได้จ่าย

ส่วนของเจ้าของ คือส่วนที่เหลือหลังหักหนี้สินออกจากสินทรัพย์ ซึ่งแสดงถึงมูลค่าที่แท้จริงที่เป็นของเจ้าของธุรกิจ

หลักการสำคัญของงบดุลคือสินทรัพย์ต้องเท่ากับหนี้สินรวมกับส่วนของเจ้าของเสมอค่ะ ถ้าตัวเลขสองฝั่งไม่เท่ากัน แสดงว่ามีบางอย่างผิดพลาดในการบันทึกบัญชี

งบกำไรขาดทุนบอกอะไรบ้าง

งบกำไรขาดทุนแสดงผลการดำเนินงานในช่วงเวลาหนึ่งค่ะ เช่น หนึ่งเดือน หนึ่งไตรมาส หรือหนึ่งปี โดยมีโครงสร้างหลักดังนี้

รายได้ คือมูลค่าที่กิจการรับรู้จากการขายสินค้าหรือให้บริการในช่วงเวลานั้น โดยการรับรู้รายได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมกับวันที่ได้รับเงินสดค่ะ

ต้นทุนขาย คือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตหรือจัดหาสินค้าที่ขายไป

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าเช่า ค่าแรงพนักงาน ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายบริหารอื่นๆ

กำไรหรือขาดทุนสุทธิ คือผลลัพธ์สุดท้ายหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกจากรายได้แล้ว

ตัวเลขกำไรสุทธิที่อยู่บรรทัดล่างสุดของงบนี้ คือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากที่สุดค่ะ แต่การดูแค่บรรทัดนี้บรรทัดเดียวอาจทำให้พลาดรายละเอียดสำคัญที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างค่าใช้จ่ายด้านบนไปได้

ความเชื่อมโยงระหว่างงบทั้งสองตัว

งบดุลกับงบกำไรขาดทุนไม่ได้แยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิงค่ะ กำไรหรือขาดทุนจากงบกำไรขาดทุนจะส่งผลต่อส่วนของเจ้าของในงบแสดงฐานะการเงิน โดยกำไรที่ไม่ได้จัดสรรออกไป เช่น การจ่ายเงินปันผล จะสะสมอยู่ในส่วนของกำไรสะสมค่ะ ทำให้เห็นว่าผลการดำเนินงานที่ผ่านมาส่งผลต่อฐานะการเงินของธุรกิจอย่างไร

ตัวอย่างเช่น เห็นว่าธุรกิจมีกำไรดีในงบกำไรขาดทุน แต่เมื่อดูงบแสดงฐานะการเงินกลับพบว่าเงินสดมีน้อย ขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นอาจสะท้อนว่ากำไรบางส่วนยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นเงินสดที่กิจการได้รับจริงค่ะ ธุรกิจจึงอาจเจอปัญหาสภาพคล่องได้ทั้งที่ตัวเลขกำไรดูดีอยู่ตลอด

นี่คือเหตุผลที่การอ่านงบทั้งสองตัวควบคู่กันสำคัญมากค่ะ เพราะช่วยให้เห็นภาพที่ครบถ้วนกว่าการดูเพียงตัวใดตัวหนึ่ง

วิธีเริ่มอ่านงบการเงินให้เข้าใจง่ายขึ้น

เริ่มจากงบกำไรขาดทุนก่อน เพราะเข้าใจง่ายกว่าและใกล้เคียงกับสิ่งที่เจ้าของธุรกิจคุ้นเคยอยู่แล้ว คือรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร

ดูแนวโน้มมากกว่าตัวเลขเดี่ยว เปรียบเทียบกำไรขาดทุนของแต่ละเดือนหรือแต่ละไตรมาสว่ามีทิศทางเป็นอย่างไร แทนที่จะดูแค่ตัวเลขงวดเดียว

หลังจากคุ้นเคยกับงบกำไรขาดทุนแล้ว ค่อยขยับไปดูงบดุล โดยเริ่มจากดูว่าเงินสด ณ วันสิ้นงวดเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และลูกหนี้การค้ากับสินค้าคงเหลือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง

ขอให้สำนักงานบัญชีอธิบายตัวเลขที่ไม่เข้าใจ แทนที่จะเก็บงบไว้เฉยๆ โดยไม่ได้อ่าน เพราะสำนักงานบัญชีที่ดีควรช่วยแปลตัวเลขให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจได้ ไม่ใช่แค่ส่งงบให้เท่านั้น

ตั้งคำถามกับตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงผิดปกติ เช่น ทำไมค่าใช้จ่ายบางหมวดเพิ่มขึ้นเร็ว หรือทำไมหนี้สินเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา การตั้งคำถามบ่อยๆ จะช่วยให้ค่อยๆ อ่านงบการเงินได้คล่องขึ้นเองค่ะ

Forward ให้ความสำคัญกับการอธิบายงบการเงินให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจได้จริง ไม่ใช่แค่ส่งตัวเลขให้เก็บไว้เฉยๆ เพื่อให้ทุกการตัดสินใจทางธุรกิจตั้งอยู่บนความเข้าใจที่ถูกต้องค่ะ

งบดุลและงบกำไรขาดทุนเป็นงบการเงินที่ตอบคำถามคนละแบบ งบดุลบอกฐานะการเงิน ณ จุดใดจุดหนึ่ง ส่วนงบกำไรขาดทุนบอกผลการดำเนินงานในช่วงเวลาหนึ่ง การเข้าใจทั้งสองงบควบคู่กันช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ครบถ้วนกว่าการดูตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว และช่วยให้ตัดสินใจเรื่องสำคัญของธุรกิจได้แม่นยำขึ้นค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q: ควรดูงบไหนก่อนถ้ายังไม่เคยอ่านงบการเงินมาก่อน
A: แนะนำให้เริ่มจากงบกำไรขาดทุนก่อนค่ะ เพราะมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เจ้าของธุรกิจคุ้นเคยอยู่แล้ว คือรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร เมื่อคุ้นเคยแล้วค่อยขยับไปทำความเข้าใจงบดุลต่อค่ะ

Q: ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องอ่านงบดุลด้วยไหม หรือดูแค่กำไรพอ
A: แนะนำให้ดูทั้งสองงบค่ะ เพราะกำไรที่ดีในงบกำไรขาดทุนไม่ได้รับประกันว่าธุรกิจมีสภาพคล่องดี การดูงบดุลควบคู่กันช่วยให้เห็นว่าเงินสดและหนี้สินของธุรกิจอยู่ในสถานะที่มั่นคงหรือไม่ค่ะ

Q: ถ้าอ่านงบการเงินแล้วไม่เข้าใจตัวเลขบางรายการ ควรทำอย่างไร
A: สอบถามสำนักงานบัญชีที่ดูแลได้เลยค่ะ สำนักงานบัญชีที่ดีควรช่วยอธิบายตัวเลขให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่แค่ส่งงบให้แล้วจบไป การถามคำถามบ่อยๆ ยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจค่อยๆ อ่านงบได้คล่องขึ้นเองด้วยค่ะ

Q: งบการเงินที่สำนักงานบัญชีส่งให้ มีแค่งบดุลกับงบกำไรขาดทุนเท่านั้นไหม
A: ไม่จำเป็นค่ะ องค์ประกอบของงบการเงินขึ้นอยู่กับประเภทของกิจการและมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่กิจการใช้ โดยอาจมีงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงินเพิ่มเติมค่ะ สำหรับเจ้าของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น การทำความเข้าใจงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุนก่อนถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ

บทความและข่าวสาร

บทความทั้งหมด

“Forward บัญชียุคดิจิทัล ที่จะทำให้บัญชีเป็นเรื่องง่าย”

  • line
  • line