06/05/2026
Tags: บัญชี

เหตุผลที่จดบริษัทแล้วไม่มีรายได้ แต่ยังต้องเสียค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีทุกปี เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติการบัญชี กำหนดให้นิติบุคคลทุกรายที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นมา มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรเป็นประจำทุกปี แม้จะยังไม่มีรายได้เลยก็ตาม (หรือที่เรียกว่า "การยื่นงบเปล่า") หากไม่ยื่นจะมีความผิดทางกฎหมายและต้องเสียค่าปรับทั้งตัวบริษัทและกรรมการค่ะ
จดบริษัทเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่แผนธุรกิจสะดุด หรืออยู่ในช่วงเตรียมงานทำระบบ ทำให้ยังไม่มีการขายของและไม่มีเงินโอนเข้าบัญชีบริษัทเลยสักบาท
เชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหลายท่านที่อยู่ในสถานการณ์นี้ กำลังรู้สึกอึดอัดใจและเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า ในเมื่อบริษัทยังไม่มีรายได้เลย แล้วทำไมเรายังต้องจ่ายเงินจ้างคนทำบัญชี และต้องจ่ายค่าจ้างคนมาตรวจสอบบัญชีอีกในทุกๆ ปีด้วย? แบบนี้ไม่ทำได้ไหม หรือรอให้เริ่มมีรายได้ก่อนค่อยทำได้หรือเปล่า?
วันนี้ Forward จะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังอย่างละเอียดด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุดค่ะ เพื่อให้คุณเข้าใจข้อกฎหมาย ลดความเสี่ยงในการโดนค่าปรับ และรู้วิธีจัดการค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้คุ้มค่าที่สุดในช่วงที่ธุรกิจกำลังเริ่มต้นค่ะ
ทันทีที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด บริษัทนั้นจะเกิด สถานะนิติบุคคล ขึ้นมาทันทีค่ะ ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าบริษัทเป็นคนละคนกับตัวเจ้าของธุรกิจ (กรรมการ) มีกระเป๋าเงินแยกจากกัน มีหน้าที่และสิทธิเป็นของตัวเอง
เมื่อบริษัทเกิดขึ้นมาแล้ว กฎหมายจึงกำหนดหน้าที่พื้นฐานที่นิติบุคคลทุกรายต้องปฏิบัติตามอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าบริษัทนั้นจะมีรายได้หลักร้อยล้าน หรือไม่มีรายได้เลยแม้แต่บาทเดียวก็ตามค่ะ
เพื่อชี้ให้เห็นชัดๆ ว่าทำไมหน้าที่นี้ถึงไม่มีข้อยกเว้น เราสรุปสาเหตุสำคัญออกมาเป็น 3 ข้อดังนี้ค่ะ:
ตามพระราชบัญญัติการบัญชี กำหนดไว้ชัดเจนว่านิติบุคคลต้องจัดทำงบการเงินขึ้นมาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อแสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
ในกรณีที่ไม่มีรายได้เลย: งบการเงินของคุณจะมีตัวเลขรายได้เป็น 0 บาท และมีเพียงตัวเลขค่าใช้จ่ายตั้งต้น เช่น ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนบริษัท หรือค่าธรรมเนียมธนาคาร เราเรียกงบการเงินประเภทนี้ว่า งบเปล่า
แม้จะเป็นงบเปล่า ก็ยังต้องพิมพ์แบบฟอร์ม จัดทำรายละเอียดประกอบงบ และยื่นส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรตามกำหนดเวลาทุกปีค่ะ
กฎหมายกำหนดว่า งบการเงินของบริษัทจำกัดที่จะยื่นส่งหน่วยงานราชการได้นั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับความเห็นชอบจาก "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต" เสมอค่ะ
ผู้สอบบัญชีเปรียบเสมือนคนกลางที่เข้ามาตรวจดูว่า บริษัทของคุณไม่มีรายได้จริงตามที่บอกใช่หรือไม่ และสถานะทางการเงินของบริษัทยังปกติอยู่ไหม
การที่ผู้สอบบัญชีจะเซ็นรับรองให้ได้ เขาต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และเขาก็มีความรับผิดชอบทางกฎหมายที่ต้องแบกรับหากเซ็นรับรองงบที่ผิดพลาด ดังนั้น จึงเป็นที่มาของ "ค่าสอบบัญชี" ที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องจ่ายค่ะ
หากคุณคิดว่าจะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ รอให้มีรายได้แล้วค่อยทำทีเดียว สิ่งที่จะตามมาคือจดหมายเตือนและหมายเรียกจากทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานตำรวจแห่งชาติค่ะ
ค่าปรับข้อหาไม่ยื่นงบการเงิน: มีอัตราค่าปรับที่สูงมาก โดยจะปรับทั้งตัวบริษัท และปรับตัวกรรมการเป็นการส่วนตัวด้วย (ปรับสองเด้ง) รวมๆ แล้วอาจพุ่งสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อปี
นอกจากนี้ หากปล่อยทิ้งไว้หลายปีติดต่อกัน บริษัทของคุณอาจถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนกลายเป็น "บริษัทร้าง" ซึ่งจะทำให้ประวัติทางการค้าของกรรมการเสียไปด้วยค่ะ
หากตอนนี้ธุรกิจของคุณยังไม่พร้อมรันระบบเต็มตัว แต่ก็ไม่อยากทำผิดกฎหมาย เรามีคำแนะนำดีๆ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายช่วงนี้มาฝากค่ะ:
พูดคุยกับสำนักงานบัญชีเพื่อขอราคาพิเศษสำหรับ งบเปล่า: สำนักงานบัญชีส่วนใหญ่รวมถึง Forward จะมีอัตราค่าบริการที่ย่อมเยาเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มบริษัทที่ยังไม่มีรายรับ-รายจ่าย (งบเปล่า) เนื่องจากปริมาณเอกสารน้อยและขั้นตอนการทำงานสั้นกว่าปกติมากค่ะ
เตรียมระบบเอกสารออนไลน์รอไว้ตั้งแต่แรก: แม้ยังไม่มีรายได้ แต่คุณย่อมต้องมีรายจ่ายจุกจิกเกิดขึ้นแน่นอน (เช่น ค่าธรรมเนียมเปิดบัญชี ค่าเดินทางไปติดต่องาน) แนะนำให้ใช้ระบบบันทึกเอกสารออนไลน์ของ Forward ถ่ายรูปสลิปเก็บไว้เป็นหลักฐานตั้งแต่วันแรก เพื่อที่เวลาเริ่มเปิดขายจริง ทีมนักบัญชีจะได้นำข้อมูลไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องมานั่งรื้อค้นเอกสารเก่าให้ปวดหัวค่ะ
การยอมเสียค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีงบเปล่าในวันนี้ เปรียบเสมือนการจ่าย ค่าบำรุงรักษา เพื่อรักษาสถานะบริษัทของคุณให้สะอาด ถูกต้อง และน่าเชื่อถืออยู่เสมอในสายตาของกฎหมายและธนาคารค่ะ
เมื่อถึงเวลาที่ธุรกิจของคุณพร้อมที่จะเดินหน้าเต็มตัว มีลูกค้าพร้อมโอนเงินเข้ามา คุณจะสามารถลุยงานขายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมานั่งกังวลหรือตามแก้ปัญหาหลังบ้านย้อนหลังให้เสียเวลาและเสียโอกาสทางธุรกิจค่ะ
Q: จดทะเบียนบริษัทช่วงปลายปี ต้องปิดงบปีนั้นเลยไหม หรือรอไปรวมกับปีหน้าได้?
A: โดยปกติแล้วรอบระยะเวลาบัญชีจะสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีค่ะ หากคุณจดบริษัทช่วงปลายปี (เช่น พฤศจิกายน หรือ ธันวาคม) คุณก็ยังคงต้องจัดทำงบการเงินส่งของปีนั้นๆ ค่ะ เว้นแต่จะระบุในข้อบังคับของบริษัทเป็นอย่างอื่น แต่แนะนำให้ปิดงบและยื่นเป็นงบเปล่าไปก่อนจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
Q: ถ้าไม่อยากเสียค่าสอบบัญชีทุกปี เปลี่ยนไปจดเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ดีกว่าไหม?
A: ห้างหุ้นส่วนจำกัดก็ต้องยื่นงบการเงินทุกปีเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าเป็น หจก. ขนาดเล็กที่มีทุนจดทะเบียนและสินทรัพย์ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด กฎหมายอาจยกเว้นไม่ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเซ็นรับรอง ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าสอบบัญชีไปได้บางส่วน แต่ก็ต้องแลกกับความน่าเชื่อถือทางธุรกิจที่อาจจะน้อยกว่ารูปแบบบริษัทจำกัดค่ะ
Q: ใช้บริการงบเปล่าของ Forward แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?
A: แม้จะเป็นงบเปล่าที่ไม่มีความเคลื่อนไหว แต่ Forward ยังคงดูแลและจัดเก็บข้อมูลจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ของคุณในระบบออนไลน์อย่างเป็นระเบียบค่ะ เมื่อใดที่คุณเริ่มมีการซื้อขายจริง ระบบหลังบ้านของเราก็พร้อมรองรับและสลับโหมดเข้าสู่การบันทึกบัญชีเต็มรูปแบบได้ทันทีโดยไม่มีรอยสะดุดเลยค่ะ